พักฟื้นหลังผ่าตัดขากรรไกร ข้อควรทำ-ห้ามทำเพื่อหน้าเข้าที่สวย&ปลอดภัย
โดย โรงพยาบาลทันตกรรมและศัลยกรรมรีเฟซ (REFACE ORAL AND MAXILLOFACIAL(OMFS) HOSPITAL)
ช่วงเวลาหลังออกจากโรงพยาบาลถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการฟื้นตัว วันนี้หมอจึงได้สรุป ข้อควรปฏิบัติเมื่อ พักฟื้นหลังผ่าตัดขากรรไกร อย่างละเอียดในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ทุกท่านปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ
1. การหายใจ

ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังออกจากโรงพยาบาล ต้องระวังเรื่องระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษ หากเป็นไปได้พยายามหายใจทางจมูก แต่หากคัดจมูกให้เปลี่ยนมาหายใจทางปากแทน
กรณีฉุกเฉิน: หากเกิดอาการบวมเพิ่มขึ้นกะทันหัน มีเลือดไหล หรือรู้สึกหายใจติดขัด ให้ ตัดหรือแกะยางที่มัดฟันอยู่ออกทันที แล้วอ้าปากหายใจ จากนั้นค่อยโทรติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำครับ การตัดหนังยางออกชั่วคราวเพื่อเปิดทางเดินหายใจสำคัญที่สุด และจะไม่ส่งผลเสียต่อขากรรไกรครับ
2. อาการหน้ามืด เวียนศีรษะ

ในช่วงสัปดาห์แรก คุณอาจเกิดอาการหน้ามืดได้ง่ายจากหลายสาเหตุ เช่น หายใจลำบาก, เลือดออกมาก ทานอาหารได้ไม่เพียงพอ หรือเปลี่ยนท่าทางเร็วเกินไป
- ข้อควรปฏิบัติหากรู้สึกหน้ามืด ทรงตัวไม่อยู่: อย่าฝืนยืน! ให้รีบนั่งลงกับพื้นทันที หากยังไม่ดีขึ้นให้นอนตะแคงข้าง
- สาเหตุที่ควรนอนตะแคง: การนอนตะแคงจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำลาย เลือด หรือเสมหะไหลลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ห้ามนอนหงายเด็ดขาดขณะหน้ามืด
- ข้อควรระวังเวลาเดินทาง: หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะที่แออัดหรือต้องยืนนานๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงซาวน่าและสปาร้อนในช่วงสัปดาห์แรก และในวันแรกที่มาตรวจตามนัดหมอหลังออกจากโรงพยาบาล ควรมีผู้ดูแลมาด้วยเสมอครับ
3. ท่านอนที่ถูกต้อง

การจัดท่านอน: หากหายใจสะดวก สามารถนอนหงายบนเตียงราบได้ตามปกติ แต่หากรู้สึกอึดอัดหรือหายใจลำบาก ให้ใช้หมอนหนุนหลังและศีรษะให้สูงขึ้น
การนอนตะแคง: ในช่วง 1 เดือนแรก ห้ามนอนตะแคงราบไปกับหมอนเพราะอาจกดทับกระดูกขากรรไกรที่กำลังเชื่อมได้ แต่สามารถนอนหงายแล้วเอียงเพียงแค่ศีรษะเล็กน้อยได้
4. อาการเลือดออก

การมีเลือดซึมออกมาทางปากหรือจมูกเล็กน้อยกะทันหันเป็นเรื่องปกติในสัปดาห์แรก แต่หากมี เลือดไหลทะลักออกมาปริมาณมาก ให้ตัดหนังยางที่มัดฟันออกเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบติดต่อโรงพยาบาลทันที
5. อาการบวมและการประคบ

โดยทั่วไป อาการบวมจะเกิดขึ้นมากสุดใน วันที่ 3 หลังการผ่าตัด ซึ่งมักจะเป็นวันที่ได้ออกจากโรงพยาบาลพอดี หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงเองภายใน 1-2 สัปดาห์
- การประคบเย็น: ให้ประคบเย็นเฉพาะช่วงที่รู้สึกว่าหน้าเริ่มบวมขึ้นเมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากผ่านช่วงบวมสูงสุดไปแล้วไม่จำเป็นต้องประคบต่อ
- สัญญาณการติดเชื้อ: หากผ่านไป 1-2 สัปดาห์แล้ว อาการบวมที่กำลังยุบลง กลับพองบวมขึ้นมาใหม่ ร่วมกับมีไข้และปวดระบม ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันทีเพราะอาจเกิดการติดเชื้อครับ
6. การทานยา

- ยารับประทานที่ได้รับกลับบ้านมักจะต้องทานต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์
- หากทานยาแล้วมีอาการแสบท้อง ปวดท้อง หรือท้องเสีย ต้องโทรแจ้งโรงพยาบาลเพื่อทำการปรับยา
- หากยังมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดทั่วไปที่ซื้อตามร้านขายยาเพิ่มได้ 1 เม็ด (เช่น ไทเลนอล หรือ แอดวิล)
7. การดูแลสุขอนามัยในช่องปาก

- การแปรงฟัน: ใช้แปรงสีฟันแตะยาสีฟันเล็กน้อย แปรงเฉพาะเฉพาะด้านนอกของฟันเท่านั้น เพราะช่วงแรกยังอ้าปากได้ไม่กว้าง เมื่อแพทย์ถอดเพลตสบฟัน (Wafer Splint) ออกแล้วจึงค่อยเริ่มแปรงด้านเคี้ยวและด้านใน
- เทคนิค: จับด้ามแปรงเบาๆ สั่นหัวแปรงเป็นวงเล็กๆ อย่างนุ่มนวล ห้ามถูแรง หากแปรงเข้าไม่ถึงฟันกรามด้านในสุดอย่าฝืนดันเข้าไป เพราะอาการบวมแก้มจะทำให้แปรงเข้าไปข้างในไม่ได้ในช่วงแรก
- การกลั้วปาก: ทุกครั้งหลังทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ต้องกลั้วปากด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งเพื่อไม่ให้มีเศษอาหารค้างตามซอกแผล สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากเสริมได้
8. อาหารการกิน

ช่วง 3 – 4 สัปดาห์แรก (หรืออาจถึง 5-6 สัปดาห์ตามแพทย์สั่ง)
- ทานเฉพาะอาหารเหลว: เช่น โจ๊กบดละเอียดมากๆ นม นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต หรือน้ำซุป ห้ามเคี้ยวเด็ดขาด
- ข้อระวังในการทำอาหาร: หากต้มโจ๊กทานเอง ห้ามใส่เครื่องปรุงที่แข็งหรือเหนียว เช่น แครอท หรืออาหารทะเลปนลงไปเด็ดขาด ทุกอย่างต้องบดเหลวจนกลืนได้ทันที
- โภชนาการ: หากรู้สึกอ่อนเพลีย ให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือเครื่องดื่มชูกำลังโภชนาการสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน
หลังผ่าน 1 เดือนขึ้นไป
- ค่อยๆ เริ่มทานอาหารนิ่มๆ ที่ใช้ลิ้นหรือเหงือกบดได้ โดยไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก เช่น ไข่ตุ๋น ขนมคาสเลลล่า สแปม หรือข้าวต้มเปื่อยๆ
9. การเปลี่ยนหนังยางมัดฟัน

- ความถี่: เปลี่ยนใหม่ วันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น) หลังทานอาหารและแปรงฟันเสร็จ
- วิธีใส่: ใส่ตามตำแหน่งเดิมที่แพทย์กำหนด ห้ามให้หนังสติ๊กบิดเกลียว
- ข้อควรระวัง: หากอึดอัดเวลานอนในสัปดาห์แรก สามารถถอดหนังยางออก 1-2 เส้นได้ และผู้ดูแลต้องรู้วิธีช่วยถอดยางออกในกรณีฉุกเฉินด้วย
- ระยะเวลาในการใส่: การใส่หนังยางอาจต้องทำต่อเนื่องนาน 8-12 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับเคส ก่อนที่จะไปพบคลินิกจัดฟันโดยที่ยังใส่ยางอยู่
10. แผ่นสบฟัน (Wafer Splint)
อุปกรณ์ล็อกขากรรไกรนี้จะถูกถอดออกโดยแพทย์ในช่วง สัปดาห์ที่ 2 ถึง 4 หลังผ่าตัด เมื่อถอดออกแล้ว คุณจะสามารถเริ่มฝึกอ้าปากและทำความสะอาดฟันด้านในได้สะดวกขึ้น
11. ข้อต่อขากรรไกร
ขณะกลืนน้ำลายหรืออาหาร อาจมีเสียงดัง “กึ๊ก” หรือรู้สึกปวดบริเวณหน้าหู ซึ่งเป็นเรื่องปกติเนื่องจากข้อต่อกำลังปรับสมดุล หลังผ่านไป 3-4 สัปดาห์ แพทย์จะเริ่มให้คุณทำ ท่าอ้าปากบริหารขากรรไกร ห้ามเริ่มบริหารเองก่อนแพทย์สั่งเด็ดขาดเพราะอาจทำให้กระดูกเคลื่อนได้
12. การอาบน้ำและสระผม

- การล้างหน้า: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ล้างหน้าแบบไม่ลงน้ำหนักมากและห้ามถูหน้าแรงๆ
- การอาบน้ำ: ควรนั่งอาบน้ำบนเก้าอี้ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการหน้ามืดลื่นล้มในห้องน้ำ
- การสระผม: ห้ามก้มหัวสระผมเด็ดขาด เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ศีรษะมากและเวียนหัวได้ แนะนำให้นั่งตรงแล้วเงยหน้าไปด้านหลังให้ผู้ดูแลสระให้
13. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์

งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 10 – 12 สัปดาห์หลังผ่าตัด เนื่องจากสารในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะไปขัดขวางการสร้างเส้นเลือดใหม่และทำให้กระดูกประสานตัวช้าลงอย่างมาก
14. เพลตโลหะและสกรูยึดกระดูก
เพลตและสกรูที่ใช้ยึดกระดูกทำจากวัสดุทางการแพทย์ความปลอดภัยสูง สามารถ ฝังอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตโดยไม่อันตราย แต่หากต้องการผ่าตัดนำออก แนะนำให้ทำหลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 1 ปี เพราะหากปล่อยไว้นานเกินไปจะนำออกยาก แน่นอนว่ายังมีเทคโนโลยีการผ่าตัดขากรรไกรแบบสลายได้ ซึ่งใช้แทนแผ่นโลหะและสกรูปกติ แต่ในปัจจุบันเทคนิคนี้ยังมีค่าความแข็งแรงที่ไม่เพียงพอ จึงมีความเสี่ยงที่จะส่งผลข้างเคียงต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัด จึงยังไม่เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย
15. การฝึกแสดงสีหน้า
- ช่วง 3 สัปดาห์แรก: หลีกเลี่ยงการหัวเราะกว้างๆ หรือยิ้มยิงฟันแรงๆ เพราะอาจทำให้แผลในปากตึงและฉีกขาดได้
- สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป: ให้เริ่มส่องกระจกแล้ว ฝึกยิ้มและยกริมฝีปากขึ้นหาโหนกแก้ม รวมถึงฝึกยิ้มให้เห็นฟันบนมากกว่าฟันล่าง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะใบหน้าไม่สมมาตร เพื่อฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าให้ทำงานสมมาตรกัน และช่วยลดอาการบวมช้ำที่เหลืออยู่
ข้อควรปฏิบัติต่างๆ อาจดูมีรายละเอียดเยอะ แต่หลักสำคัญคือการสังเกตร่างกายตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติใดๆ สามารถติดต่อทางโรงพยาบาลได้ทันทีครับ หมอขอให้ทุกคนฟื้นตัวอย่างราบรื่นและมีรอยยิ้มที่มั่นใจครับ!
ที่มา: คอลัมน์โดย โรงพยาบาลทันตกรรมและศัลยกรรมรีเฟซ REFACE ORAL AND MAXILLOFACIAL(OMFS) HOSPITAL

