ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดขากรรไกร และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรู้! – EP. 2
โดย โรงพยาบาลทันตกรรมและศัลยกรรมรีเฟซ (Reface OMFS Dental Hospital)
กลับมาต่อกันในบทความซีรีส์ “ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดขากรรไกร” ครับ อย่างที่หมอได้เกริ่นไว้ในตอนที่แล้วว่า อาการส่วนใหญ่หลังผ่าตัดไม่ได้มีความเสี่ยงหรือเกิดผลข้างเคียงบ่อยหรือรุนแรงไปกว่าการผ่าตัดใหญ่อื่นๆ แต่เป็นเพราะคนไข้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกจึงทำให้รู้สึกวิตกกังวล บทความนี้จะมาให้ความรู้ที่ถูกต้องครับ
📌หากยังไม่ได้อ่านตอนแรก สามารถคลิกไปศึกษาผลข้างเคียงกลุ่มอาการแบบที่1 ได้ที่นี่ครับ ➔ ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดขากรรไกร และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรู้! – EP. 1
ในตอนนี้ เราจะมาเจาะลึกกลุ่มอาการแบบที่ 3 นั่นคือ เป็นอาการที่ “พบได้บ่อยมาก แต่ไม่อันตราย และจะค่อยๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป” ซึ่งมีทั้งหมด 11 อาการ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
อาการที่พบบ่อย แต่ไม่อันตราย เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไป

1. อาการปวด
อาการปวดหลังจากผ่าตัดขากรรไกรแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ อาการปวดเนื้อเยื่อในช่องปาก ซึ่งเกิดจากบาดแผลผ่าตัด จะรู้สึกปวดตุบๆ และระบมมากขึ้นเวลาพูดหรือขยับปาก และ อาการปวดกล้ามเนื้อแก้ม เกิดจากกล้ามเนื้อถูกดึงรั้งระหว่างผ่าตัด ทำให้ช่วงแรกๆ ขากรรไกรจะยังไม่มีแรง หากพยายามกัดฟันแน่นๆ จะเริ่มปวดลามไปรอบๆ แก้ม และถ้าปล่อยให้ปวดมากก็อาจลามไปจนถึงขั้นปวดศีรษะได้
2. อาการบวมและรอยช้ำ
โดยทั่วไปหลัง ผ่าตัดขากรรไกร ใบหน้าจะบวมขึ้นเรื่อยๆ จนถึง วันที่ 3 ซึ่งปริมาณความบวมจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน และความบอบช้ำของเนื้อเยื่อระหว่างผ่าตัด หลังจากผ่านไปประมาณ 10 วัน อาการบวมจะยุบลงไปแล้วประมาณ 80% ช่วงนี้อาจเห็นรอยเขียวช้ำกระจายลงมาตั้งแต่ใต้คางจนถึงลำคอ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติครับ ส่วนอาการบวมอีก 20% ที่เหลือจะค่อยๆ ยุบลงอย่างช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 เดือน ใบหน้าจึงจะเข้าที่สนิท
3. อาการชาและภาวะผิดปกติของเส้นประสาทรับความรู้สึก
- ริมฝีปากบน: อาการชาริมฝีปากบน เกิดจากเส้นประสาทใต้ตาถูกกดทับ เกิดขึ้นได้กับคนไข้ที่ผ่าตัดขากรรไกรเกือบทุกคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 เดือน ความรู้สึกจะค่อยๆ กลับคืนมาได้ 100% เต็ม พูดง่ายๆ ก็คือ แม้ความรู้สึกบริเวณริมฝีปากบนจะหายไปเกือบทั้งหมดหลังผ่าตัด แต่ก็สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้เกือบทั้งหมดเช่นกัน โดยบริเวณที่ความรู้สึกหายไปนั้นจะครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ริมฝีปากบน จมูก ไปจนถึงบริเวณใต้ตา ในช่วงที่ความรู้สึกเริ่มกลับมา อาจจะรู้สึกเสียวแปล๊บๆ ยิบๆ หรือเหมือนมีกระแสไฟไหลผ่าน ในระยะนี้ หากใช้กระดาษบางๆ หรือเส้นผม มาช่วยสะกิดกระตุ้นที่ผิวเบาๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้ความรู้สึกกลับคืนมาได้เร็วยิ่งขึ้น
- เพดานปาก: เนื่องจากการผ่าตัดขากรรไกรส่วนใหญ่ เส้นประสาทบริเวณเพดานปากมักจะถูกตัดขาดหรือยืดขยายออก ส่งผลให้คนไข้ส่วนใหญ่จะสูญเสียความรู้สึกบริเวณเพดานปากไปชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกบริเวณเพดานปากจะค่อยๆ กลับคืนมา หรือร่างกายจะเริ่มปรับตัวจนชิน ทำให้ไม่ป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันแต่อย่างใด นอกจากนี้ หากความรู้สึกบริเวณภายในลำคอลดลง คนไข้มักจะรู้สึกอึดอัดเหมือนมีอาการคอบวม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้บวม แค่เป็นเพราะอาการชาเท่านั้น จะหายเป็นปกติเมื่อเวลาผ่านไปเช่นกัน
- ริมฝีปากล่าง: เกิดจากเส้นประสาทฟันล่างถูกดึงรั้งหรือบอบช้ำระหว่างผ่าตัด โดยเส้นประสาทส่วนนี้มีลักษณะเป็นเส้นเดี่ยวทำให้หากเสียหายขึ้นมา จะฟื้นตัวค่อนข้างช้าและทำให้รู้สึกชานานกว่าจุดอื่น ในตอนผ่าตัด การดูแลไม่ให้ส่วนนี้เสียหายจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เวลาที่คนพูดกันว่าผ่าตัดขากรรไกรแล้วสูญเสียความรู้สึกไป ส่วนใหญ่ก็มักจะหมายถึงเส้นประสาทเส้นนี้ ซึ่งหากบาดเจ็บขึ้นมา ยิ่งคนไข้มีอายุน้อย ความรู้สึกก็จะยิ่งกลับคืนมาได้เร็ว และในบางเคสคุณหมออาจจะจ่ายวิตามินให้ทานเสริมเพื่อช่วยบำรุงและกระตุ้นการฟื้นตัวด้วย โดยระยะเวลาในการฟื้นตัว เคสที่ความรู้สึกกลับมาเร็วจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่ถ้าฟื้นตัวช้า ก็อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 1 ปีครึ่งขึ้นไป ได้เช่นกัน
- เส้นประสาทสั่งการใบหน้า: เป็นเส้นประสาทที่ควบคุมการแสดงสีหน้า แทบไม่มีโอกาสเสียหายจากการผ่าตัดขากรรไกร แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นกับเส้นประสาทส่วนนี้ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณนั้นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ โดยอาจทำให้ริมฝีปากบนหรือริมฝีปากล่างดูแข็งตึง ขยับได้ยาก หรือในบางกรณีอาจทำให้การขยับเปลือกตาและคิ้วได้ลำบากขึ้น ทั้งนี้ อาการผิดปกติบริเวณเปลือกตาหรือคิ้วส่วนใหญ่ มักจะเกิดกับการผ่าตัดลดขนาดโหนกแก้ม มากกว่าการผ่าตัดขากรรไกร
4. ข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร
ช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด คนไข้จำเป็นต้องทาน อาหารเหลวหรืออาหารบดละเอียด เท่านั้น ในช่วงวันแรกๆ แม้แต่การกลืนน้ำก็ยังยาก หลายคนจึงจำเป็นต้องค่อยๆ ฝึกซ้อมการกลืนร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือ หากคนไข้ถอดใจหรือละเลยการทานอาหารเพียงเพราะรู้สึกว่าทานลำบาก ก็อาจจะส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลง ร่างกายอ่อนเพลียไม่มีแรง และอาจเป็นอันตรายได้ จึงห้ามละเลยการทานอาหารเด็ดขาด หากทานได้น้อยให้เน้นดื่มน้ำและเครื่องดื่มโภชนาการสูงๆ เพื่อชดเชยน้ำในร่างกาย หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์แล้ว จึงจะเริ่มทานอาหารนิ่มๆ หรือข้าวต้มได้
5. เคี้ยวอาหารลำบาก หรือ สบฟันยังไม่นิ่ง
หลังผ่าตัดจะยังเคี้ยวอาหารไม่ได้ เนื่องจากข้อต่อขากรรไกรต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้อยู่ตัวและเข้าสู่สภาวะคงที่ หากฝืนเคี้ยวในช่วงเดือนแรก แผลผ่าตัดอาจเคลื่อนหรือเบี้ยวได้ นอกจากนี้ กล้ามเนื้อรอบๆ ขากรรไกรยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ทำให้ยังไม่มีแรงในการบดเคี้ยวเท่าที่ควร อีกทั้งการจัดฟันก่อนผ่าตัดที่ยังไม่เข้าที่สมบูรณ์ดี ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ฟันบนและฟันล่างยังประกบกันได้ไม่สนิท ส่งผลให้หลังผ่าตัด รู้สึกเคี้ยวหรือสบฟันได้ไม่ถนัดในทันที
6. ปากแห้งและแผลถลอกรอบริมฝีปาก
ระหว่างผ่าตัด แพทย์ต้องใช้เครื่องมือขยายช่องปาก ทำให้ผิวริมฝีปากถูกดึงรั้งจนเกิดรอยถลอก หรือผิวปากลอกเป็นแผ่นๆ ได้ ประกอบกับช่วงแรกคนไข้ต้องหายใจทางปาก จึงทำให้ปากแห้งผากได้ง่าย ดังนั้น การเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากจึงมีความสำคัญ แนะนำให้ขยันบำรุงด้วยลิปบาล์มหรือวาสลีนบ่อยๆ
7. อาการปวด เสียงคลิก และข้อจำกัดของข้อต่อขากรรไกร
มีหลายคนเข้าใจผิดว่าการมีภาวะใบหน้าเบี้ยว ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีปัญหา จึงอยากผ่าตัดขากรรไกรเพื่อรักษาอาการปวดข้อต่อ แต่ความจริงแล้วภาวะใบหน้าเบี้ยวกับโรคข้อต่อขากรรไกรไม่ใช่เหตุและผลของกันและกันเสมอไปครับ ส่วนอาการปวดข้อต่อที่เกิดหลังผ่าตัดขากรรไกร เนื่องจากข้อต่อเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบชั่วคราว ทำให้มีอาการปวด ตึง หรือมีเสียงดังคลิกๆ ในหูได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อข้อต่อเข้าสู่ตำแหน่งที่สมดุล อาการจะค่อยๆ หายไปเอง ในเดือนแรกจะยังอ้าปากได้ไม่กว้าง ซึ่งห้ามฝืนอ้าปากเด็ดขาด แต่หลังจากผ่านพ้นเดือนแรกไปแล้ว แพทย์จะแนะนำให้เริ่มฝึกอ้าปากและทำกายภาพบำบัดขากรรไกร เพื่อให้กล้ามเนื้อปรับตัวและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติที่สุด
8. อาการหูอื้อ
อาการหูอื้อเหมือนมีอะไรอุดอยู่ข้างใน เป็นเรื่องปกติที่พบได้หลังผ่าตัดขากรรไกรบน เนื่องจากท่อยูสเตเชียน ซึ่งเป็นท่อระบายอากาศในหูทำงานได้ไม่เต็มที่ชั่วคราว วิธีแก้คือพยายามฝึกกลืนน้ำลาย หรือใช้วิธีเคลียร์หูโดยการสูดลมหายใจเข้าทางจมูกแรง ๆ แต่ถึงแม้จะไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป หรือหากรู้สึกระบมลึกๆ ในหู มักเกิดจากอาการบวมของข้อต่อขากรรไกรที่อยู่ติดกัน ซึ่งจะหายไปเมื่อข้อต่อเริ่มเข้าที่
9. ปากหุบไม่สนิท
แผลผ่าตัดด้านในริมฝีปากที่ค่อนข้างกว้างประกอบกับอาการบวม ทำให้การขยับริมฝีปากดูฝืนๆ และหุบปากไม่สนิทในช่วงแรก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่พยายามขยับเลย จะทำให้เวลาพูดหรือเวลากลืนอาหารลำบาก ปกติแพทย์จะเย็บแผลในลักษณะที่เอื้อต่อการหุบปากอยู่แล้ว หน้าที่ของคนไข้หลังผ่าตัดคือต้องค่อยๆ ฝึกขยับและฝึกหุบปากบ่อยๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อริมฝีปากฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะรู้สึกเกร็งๆ และลำบากกว่าช่วงก่อนผ่าตัด แต่จริงๆแล้วเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราวเท่านั้น
10. พูดไม่ชัด
เนื่องจากในการการผ่าตัด มักจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งของขากรรไกรบน ส่งผลให้โครงสร้างในช่องปากเปลี่ยนไปชั่วคราว ช่วงแรกคนไข้จะรู้สึกว่าลิ้นแตะเพดานปากได้ไม่สนิทเหมือนเดิม ส่งผลให้พูดไม่ชัด ออกเสียงลำบาก จึงจำเป็นต้องฝึกพูดและฝึกออกเสียงบ่อยๆ เพื่อให้ลิ้นคุ้นชินกับตำแหน่งขากรรไกรใหม่ แล้วการออกเสียงจะกลับมาเป๊ะเหมือนเดิม
11. ข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร
อาการร้อนผ่าวและระคายเคืองในคอ เหมือนคอบวมอักเสบ ประกอบกับยังไม่คุ้นชินกับตำแหน่งขากรรไกรใหม่ ทำให้การกลืนน้ำลายหรือกลืนอาหารทำได้ยากในสัปดาห์แรก แนะนำให้ฝึกกลืนน้ำลายบ่อยๆ โดยการฝึกนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการฝึกหุบปากและการใช้ลิ้นแตะเพดานปากด้วย จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวและกลับมากลืนได้คล่องตัวเร็วที่สุด
ที่มา: คอลัมน์โดย โรงพยาบาลทันตกรรมและศัลยกรรมรีเฟซ (Reface OMFS Dental Hospital)







