ควร เปลี่ยนแปรงสีฟัน ตอนไหน? วิธีเก็บและดูแลรักษาแปรงสีฟันที่ถูกต้อง
โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมโซลเฟส21 (SEOULFACE21 DENTAL HOSPITAL)
เราต้องแปรงฟันกันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง “แปรงสีฟัน” จึงเป็นสิ่งของชิ้นสำคัญที่เราหยิบมาใช้บ่อยที่สุดชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้ การเลือกไอเทมชิ้นนี้ให้เหมาะกับตัวเอง จึงเป็นคีย์สำคัญที่จะช่วยลดการทำร้ายเหงือกและฟัน พร้อมกับช่วยให้เราดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ถ้าเลือกได้แนะนำให้ใช้ แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มและมีขนาดหัวแปรงค่อนข้างเล็ก เพื่อลดการระคายเคืองต่อเหงือกและผิวฟัน แถมยังช่วยให้ซอกซอนทำความสะอาดตามมุมต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ตกหล่น
ช่วงนี้เรามักจะเห็น แปรงสีฟันหลายๆแบรนด์ทำหัวแปรงขนาดใหญ่ออกมาวางขาย ซึ่งแม้ว่าจะช่วยให้แปรงเสร็จไวและสะดวกดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจจะเข้าถึงซอกลึกๆ ได้ยากกว่า ดังนั้นจึงควรใช้แบบที่หัวแปรงที่ไม่ใหญ่เกินไป นอกจากนี้ ควรเลือกด้ามจับที่แข็งแรงกำลังดีและมีแถบกันลื่นเพื่อให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ
💡 ทริกเสริมก่อนแปรงฟัน เพื่อช่องปากที่สะอาดกว่า 💡
ก่อนที่จะลงมือแปรงฟัน แนะนำให้ใช้ไหมขัดฟันเพื่อเคลียร์เศษอาหารและคราบพลัคที่ติดอยู่ตามซอกฟันออกก่อน จากนั้นบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากสักรอบ แล้วจึงค่อยเริ่มแปรงฟัน วิธีนี้จะช่วยยกระดับความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น
แน่นอนว่าการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและการแปรงฟันอย่างละเอียดเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือ
“วิธีเก็บแปรงสีฟันและการดูแลรักษา” นั่นเองเนื่องจากแปรงสีฟันเป็นของที่ต้องใส่เข้าไปในปาก จึงเชื่อมโยงกับเรื่องสุขอนามัยโดยตรง ความจริงแล้วอายุการใช้งานแปรงสีฟันยิ่งเปลี่ยนบ่อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพช่องปาก แต่ในทางปฏิบัติเราคงไม่สามารถเปลี่ยนอันใหม่ได้ทุกวัน ดังนั้น ในระหว่างที่ใช้งานอยู่ การรักษาความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
วิธีเก็บแปรงสีฟัน และการดูแลรักษาให้ห่างไกลเชื้อโรค

หลังจากแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรล้างแปรงด้วยน้ำสะอาดให้ทั่ว จากนั้นสะบัดน้ำออกให้ได้มากที่สุด แล้วนำไปเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
คำแนะนำในการเก็บที่ดีคือ พยายามอย่าให้มีอะไรมาปิดบังหรือคลุมขนแปรง เพื่อลดการสะสมและเติบโตของแบคทีเรีย แนะนำให้เสียบแปรงโดยให้หัวแปรงตั้งขึ้น และเอียงด้ามทำมุมประมาณ 45 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังอยู่บริเวณหัวแปรง
ยิ่งในช่วงที่อากาศร้อนชื้น เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็วเป็นพิเศษ ยิ่งต้องดูแลให้แห้งอยู่เสมอ แต่ถ้าใครดูแลอย่างดีแล้วยังรู้สึกไม่สนิทใจ การรู้วิธีฆ่าเชื้อหรือวิธีทำความสะอาดแปรงสีฟันอย่างถูกต้อง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ
วิธีทำความสะอาดแปรงสีฟันและฆ่าเชื้อโรคแบบไหนดีที่สุด?
แต่ละคนอาจจะมีสูตรล้างทำความสะอาดแปรงแตกต่างกันไป ลองมาดูกันค่ะ ว่าวิธีไหนทำได้จริง และมีวิธีไหนที่ต้องระวังกันบ้าง
1. ลวกน้ำร้อน
หลายคนนิยมนำแปรงสีฟันไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 1 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำเย็น
แต่บอกเลยว่าวิธีนี้ไม่แนะนำค่ะ เพราะความร้อนสูงจะทำให้ขนแปรงเสียรูปทรงและเสื่อมสภาพไวขึ้น2. แช่น้ำส้มสายชูหรือเบคกิ้งโซดา
ผสมน้ำส้มสายชูหรือเบคกิ้งโซดากับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วนำแปรงไปแช่
วิธีนี้ช่วยฆ่าเชื้อได้จริง แต่หากแช่นานเกินไป ขนแปรงอาจจะเปื่อยและผิดรูปได้เช่นกัน3. แช่น้ำยาซักผ้าขาวเจือจาง
การใช้น้ำยาซักผ้าขาวหรือไฮเตอร์ มาผสมน้ำให้เจือจางมากๆ แล้วแช่แปรงทิ้งไว้แป๊บเดียว สามารถกำจัดแบคทีเรียได้อย่างสิ้นเชิง
แต่ถ้าล้างน้ำสะอาดออกไม่หมด อาจมีสารเคมีตกค้างและมีกลิ่นเหม็นเคมีติดมาด้วย ดังนั้น การหันมาใส่ใจเรื่องอายุการใช้งานแปรงสีฟันและเปลี่ยนตามกำหนดจะปลอดภัยกว่า4. แช่น้ำยาบ้วนปาก
วิธีที่ทำได้ง่ายและเซฟที่สุดคือ เทน้ำยาบ้วนปากลงในแก้วกระดาษ นำหัวแปรงลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีอันตราย แต่ข้อควรระวังคือ ห้ามแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืน เพราะแอลกอฮอล์ในน้ำยาบ้วนปากอาจทำให้ขนแปรงผิดรูปได้
5. ใช้เครื่องอบ UV
ถ้ามีงบขึ้นมาหน่อย แนะนำใช้เครื่องอบ UV เลยค่ะ ปัจจุบันมีเครื่องฆ่าเชื้อแปรงสีฟันด้วยแสง UV สำหรับใช้ในบ้านวางจำหน่ายมากมาย ราคาไม่แพงและใช้งานง่าย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เรามั่นใจในความสะอาดได้ทุกวัน
สรุป: ควร เปลี่ยนแปรงสีฟัน ตอนไหนดีที่สุด?

ต่อให้เราจะดูแลรักษาและทำความสะอาดแปรงดีแค่ไหน คุณหมอฟันก็ยังแนะนำให้เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน!
เพราะหลังจากผ่านไป 3 เดือน ต่อให้เราจะล้างขัดอย่างไร ก็อาจมีเชื้อโรคบางส่วนเล็ดลอดและสะสมอยู่ลึกๆ แถมขนแปรงจะเริ่มบาน เสื่อมสภาพ และสูญเสียประสิทธิภาพในการขจัดคราบพลัค ดังนั้น ต่อให้สภาพภายนอกจะยังดูดีอยู่ ก็ควรยึดหลัก “เปลี่ยนทุก 3 เดือน” เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้แปรงสีฟันแบบใช้แล้วทิ้งเป็นประจำ เพียงเพราะเสียดายเงินที่ต้องเปลี่ยนแปรงบ่อยๆ เนื่องจากแปรงประเภทนี้ใช้วัสดุเกรดต่ำ ขนแปรงแข็งและไม่ได้ลบคม อาจบาดเหงือกและทำลายสารเคลือบฟันได้ง่าย เก็บไว้ใช้เฉพาะตอนเดินทางไกลชั่วคราวจะดีที่สุดค่ะ
สุขภาพฟันและช่องปาก ถ้าพังไปแล้วต้องใช้ทั้งเวลาและเงินก้อนโตในการรักษา การหันมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ อย่างการเลือกแปรง วิธีการเก็บ และการเปลี่ยนแปรงสีฟันตามกำหนด จึงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าและช่วยรักษาฟันแท้ให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้ดีที่สุดค่ะ
ที่มา: คอลัมน์โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมโซลเฟส21 (SEOULFACE21 DENTAL HOSPITAL)

