เทคนิค ปรับกล้ามเนื้อตา ให้เข้ากับใบหน้า ขจัดปัญหาตาดูง่วง หนังตาตก
โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมเออร์เบิน (Urban Plastic Surgery)
การศัลยกรรมตาเป็นหนึ่งในหัตถการที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการปรับภาพลักษณ์ของใบหน้า เพราะ “ดวงตา” เป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นความสดใส ความละมุน ความคมชัด หรือความเป็นธรรมชาติของใบหน้าแม้ดวงตาของแต่ละคนอาจดูคล้ายกันในบางมุม แต่จริง ๆ แล้วโครงสร้างตา ความหนาของเปลือกตา ปริมาณไขมัน หนังตาตก รวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ บนใบหน้า เช่น รูปหน้า จมูก และปาก ล้วนมีผลต่อบรรยากาศของใบหน้าโดยรวม
ด้วยเหตุนี้การ ปรับกล้ามเนื้อตา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ศัลยกรรมแก้ตาปรือ” จึงไม่ใช่แค่การทำให้ตาดูโตขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบดวงตาให้เหมาะกับใบหน้าและบุคลิกของแต่ละคนมากที่สุด
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง การปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด และ แบบไม่กรีด ว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร มีข้อดีอย่างไร และควรเลือกวิธีไหนจึงจะเหมาะกับดวงตาของคุณ

ปรับกล้ามเนื้อตา แบบไม่กรีด คืออะไร?
เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องเปิดแผลยาวบริเวณเปลือกตา แต่ใช้การเย็บยึดเปลือกตาด้วยไหม เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาทำงานได้ดีขึ้น
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเปลือกตาบาง ไขมันเปลือกตาน้อย และมีปัญหาตาปรือหรือหนังตาตกในระดับไม่มากจุดเด่นของการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด
- ใช้เวลาผ่าตัดค่อนข้างสั้น ประมาณ 30 นาที
- แผลเล็กมากหรือแทบมองไม่เห็น
- ฟื้นตัวไว
- เหมาะกับคนที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเร็ว
- เหมาะกับผู้ที่มีเปลือกตาบางและหนังตาตกไม่มาก
อย่างไรก็ตาม การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดอาจมีแรงยึดน้อยกว่าแบบกรีดในบางเคส โดยเฉพาะผู้ที่มีเปลือกตาหนา ไขมันเยอะ หรือมีภาวะตาปรือค่อนข้างชัด จึงอาจมีโอกาสต้องแก้ไขหรือปรับเพิ่มเติมในอนาคตได้
ปรับกล้ามเนื้อตา แบบกรีด คืออะไร?
เป็นเทคนิคที่แพทย์จะเปิดแผลบริเวณเปลือกตา เพื่อเข้าไปจัดการชั้นผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อภายในโดยตรง จากนั้นจึงเย็บยึดโครงสร้างเพื่อช่วยให้การลืมตาดีขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีเปลือกตาหนา ไขมันเปลือกตาเยอะ หนังตาตกมาก หรือมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ต้องการการแก้ไขอย่างละเอียด
จุดเด่นของการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด
- สามารถตัดหนังตาส่วนเกินออกได้
- สามารถจัดการไขมันและเนื้อเยื่อเปลือกตาได้โดยตรง
- เหมาะกับเคสหนังตาตกมากหรือตาปรือชัด
- ให้การยึดที่แข็งแรงกว่าในหลายกรณี
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและคงทน
โดยทั่วไป การผ่าตัดแบบกรีดจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แผลอาจอยู่บริเวณแนวชั้นตาและมีระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าแบบไม่กรีดเล็กน้อย จึงต้องดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

ใครเหมาะกับการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด?
การปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีดเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังนี้
1. เปลือกตาหนาและมีไขมันเยอะ
หากมีเปลือกตาหนา หรือมีไขมันสะสมบริเวณเปลือกตาค่อนข้างมาก การใช้เทคนิคไม่กรีดอาจไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างได้เพียงพอ ในกรณีนี้การผ่าตัดแบบกรีดจะช่วยให้แพทย์สามารถจัดการชั้นผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อได้ละเอียดกว่า
2. มีภาวะตาปรือหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงชัดเจน
คนที่มีลักษณะตาดูง่วง ลืมตาไม่สุด ต้องใช้แรงหน้าผากช่วยยกเปลือกตา หรือมีภาวะหนังตาตกมาก อาจเหมาะกับการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด เพราะสามารถเข้าไปเสริมแรงกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาได้โดยตรง
3. ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดและดวงตาดูเปิดขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ดวงตาดูสดใส คมชัด และเปิดกว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ การปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีดสามารถช่วยออกแบบชั้นตาและแก้ปัญหาตาปรือได้ละเอียดมากขึ้น

การเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรมตาที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ
การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตามีทำกันในหลายโรงพยาบาล แต่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้า จึงไม่ควรฝากไว้กับใครก็ได้ การเลือกจากราคาถูกอย่างเดียวมีความเสี่ยง ควรเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีความเชี่ยวชาญและมีรีวิวพิสูจน์ได้
การปรับกล้ามเนื้อตา ไม่ว่าจะเป็นแบบกรีดหรือไม่กรีด ต่างมีข้อดีและข้อจำกัดของตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่วิธีที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุด แต่คือวิธีที่เหมาะกับโครงสร้างตาของคุณมากที่สุด
หากคุณมีปัญหาตาปรือ ตาดูง่วง หนังตาตก ชั้นตาไม่ชัด หรือกำลังสนใจทำตาสองชั้นที่เกาหลี การเข้ารับการประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เข้าใจปัญหาของตัวเองชัดขึ้น และเลือกวิธีผ่าตัดได้อย่างเหมาะสมมากกว่า
สำหรับผู้ที่สนใจศัลยกรรมตาเกาหลี ปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด หรือปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประเมินเบื้องต้นและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้
ที่มา: คอลัมน์โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมเออร์เบิน (Urban Plastic Surgery)

