อาหารบำรุงฟัน vs อาหารที่ไม่ดีต่อฟัน มีอะไรบ้าง? อยากฟันแข็งแรงต้องรู้!
โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมโซลเฟส21 (SEOULFACE21 DENTAL HOSPITAL)
ในแต่ละวัน เรากินอาหารหลากหลายชนิดมากๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า อาหารที่เราเคี้ยวลงท้องไปทุกวันนั้น กำลังส่งผลอย่างไรกับสุขภาพฟันของเราบ้าง?
อาหารบางชนิดเปรียบเหมือนเกราะป้องกันที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง ในขณะที่บางชนิดกลับเป็นตัวการร้ายแอบกัดกร่อนฟันให้ผุและพังก่อนวัยอันควร วันนี้เราจะพาไปเช็กลิสต์กันคว่า อาหารบำรุงฟัน มีอะไรบ้าง และอาหารประเภทไหนที่คุณควรรีบหลีกเลี่ยงเพื่อปกป้องรอยยิ้มของคุณ!
รวมอาหารบำรุงฟัน กินแล้วฟันแข็งแรง สุขภาพเหงือกดี

มาเริ่มกันที่กลุ่มอาหารที่เป็นมิตรต่อช่องปาก ซึ่งนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีสารอาหารที่ช่วยดูแลฟันได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ
1. แอปเปิ้ลและแครอท
หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผลไม้ใกล้ตัวอย่าง “แอปเปิ้ล” และผักกรุบกรอบอย่าง “แครอท” ดีต่อฟันมาก! ยามที่เราเคี้ยวแครอทหรือแอปเปิ้ล เนื้อสัมผัสที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยขัดคราบพลัคเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามผิวฟัน ออกไปได้โดยธรรมชาติ แถมแครอทยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงเหงือกให้แข็งแรงอีกด้วย
2. ผลิตภัณฑ์จากนมและชีส
นม โยเกิร์ต และชีส ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารบำรุงฟันเพราะอุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี โดยเฉพาะ “ชีส” ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยปรับระดับ pH ในช่องปากให้สมดุล ช่วยลดความเป็นกรด จึงช่วยปกป้องสารเคลือบฟันไม่ให้ถูกทำลายได้เป็นอย่างดี
3. ผักใบเขียว (ปวยเล้ง, เคล)
ผักใบเขียวเข้มเต็มไปด้วยวิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมในช่องปากให้เอื้อต่อการเติบโตของฟันที่แข็งแรง และช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้ดีเยี่ยม
4. ถั่วและธัญพืชต่างๆ
การเคี้ยวถั่วเป็นประจำนอกจากจะช่วยขจัดคราบพลัคตามธรรมชาติแล้ว ถั่วหลากชนิดยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักในการฟื้นฟูและบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
- ข้อควรระวัง
ต่อให้เป็นอาหารที่ดีต่อฟันแค่ไหน แต่หลังจากรับประทานเสร็จแล้ว หากไม่แปรงฟันหรือทำความสะอาดช่องปากให้ดี คราบอาหารที่ตกค้างก็อาจกลับกลายเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุได้เช่นกัน ดังนั้นหลังทานอาหารเหล่านี้ก็ยังต้องบำรุงรักษาฟันของเราให้สะอาดอยู่เสมอนะคะ
5 อาหารทำลายฟัน ตัวการทำฟันผุและฟันเหลือง

หลังจากดูฝั่งอาหารที่ดีต่อฟัน ไปแล้ว มาดูฝั่งอาหารที่ต้องระมัดระวังกันบ้างค่ะ
1. ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ และเค้ก
น้ำตาลคือ “อาหารโปรดของแบคทีเรีย” ในช่องปาก เมื่อแบคทีเรียย่อยน้ำตาล มันจะสร้างกรดขึ้นมากัดกร่อนเนื้อฟัน จนเกิดเป็นปัญหาฟันผุ โดยเฉพาะขนมที่มีลักษณะเหนียวหนึบ ติดฟันนาน ยิ่งเป็นอันตรายต่อฟันมากขึ้นเป็นเท่าตัว!
2. น้ำอัดลม (รวมถึงโซดาสูตรไม่มีน้ำตาล )
น้ำอัดลมไม่เพียงแต่มีน้ำตาลสูงเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นกรดสูงมาก หลายคนหันมาดื่มน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล (Zero Sugar) แต่รู้ไหมครับว่า ถึงไม่มีน้ำตาล กรดในน้ำอัดลมก็ยังคงกัดกร่อนเคลือบฟันให้บางลง จนเกิดฟันผุและทำให้ฟันเสียวง่ายขึ้นอยู่ดี รวมถึงฟองแก๊สก็สามารถกระตุ้นให้เหงือกเกิดการระคายเคืองได้
3. ชาและกาแฟ
ชาและกาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต แต่ก็เป็นคำตอบแรกๆ ของคำถามที่ว่า “ฟันเหลือง เกิดจากอะไร?” เนื่องจากในชาและกาแฟมีสารแทนนินและสีค่อนข้างเข้ม ทำให้เกิดคราบฝังแน่นบนเนื้อฟัน นอกเหนือจากเรื่องฟันเหลืองแล้ว กาแฟบางชนิดที่มีความเป็นกรดก็อาจกัดกร่อนชั้นเคลือบฟันได้เช่นกันครับ
4. ของทอด และไก่ทอด
หลายคนคงตกใจว่าไก่ทอดเกี่ยวอะไรกับฟัน? แต่เพราะแป้งของทอดมักจะดูดซับน้ำมันไว้เยอะ และมักมีการผสมน้ำตาลลงในแป้งทอดกรอบ ทำให้ช่องปากกลายเป็นกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งและกรอบของของทอด อาจทำให้ฟันบิ่นหรือบิ่นแตกได้หากเคี้ยวไม่ระวังครับ
5. ผลไม้รสเปรี้ยวจัด (เลมอน, ส้ม, เกรปฟรุต)
แม้ผลไม้เปรี้ยวจะอุดมไปด้วยวิตามินซี แต่กรดซิตริกที่สูงมากอาจทำให้เคลือบฟันบางลงได้ หากรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวจัด แนะนำให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อล้างกรดออก
- ข้อควรระวัง
หลังทานของเปรี้ยว ห้ามแปรงฟันทันทีเด็ดขาด! เพราะกรดกำลังทำให้เคลือบฟันอ่อนแอ การแปรงฟันทันทีจะยิ่งถูให้เคลือบฟันสึกกร่อน แนะนำให้บ้วนน้ำสะอาด แล้วรอประมาณ 30 นาทีจึงค่อยแปรงฟันค่ะ
เคล็ดลับการดูแลฟันให้แข็งแรงยั่งยืน

การเลือกทานอาหารบำรุงฟันและหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำร้ายฟันเป็นก้าวแรกที่ดีมากในการดูแลตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะขาดไม่ได้เลยคือ “การตรวจสุขภาพฟันโดยทันตแพทย์เป็นประจำ”
แนะนำให้ไปพบหมอฟันเพื่อขูดหินปูนและเช็กสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน เพื่อทำการตรวจหาฟันผุในระยะเริ่มต้นและรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะการป้องกันและดูแลฟันแท้ให้อยู่กับเราไปนานๆ นั้น ทั้งง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการมารักษาฟันที่พังแล้วอย่างแน่นอน!
ที่มา: คอลัมน์โดย โรงพยาบาลศัลยกรรมโซลเฟส21 (SEOULFACE21 DENTAL HOSPITAL)

